MMSegmentation Framework และสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์

เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สบน PyTorch สำหรับงาน Semantic Segmentation ที่ใช้ในการพัฒนา ฝึกสอน และส่งออกโมเดล SegFormer ในระบบ ScamGuard

หมวด แนวคิดและเทคนิคต้นฉบับ concepts/mmsegmentation.md
AIdeep-learningsemantic-segmentationmmsegmentationpytorchSegFormer

MMSegmentation Framework และสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์

เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สบน PyTorch สำหรับงาน Semantic Segmentation ที่ใช้ในการพัฒนา ฝึกสอน และส่งออกโมเดล SegFormer ในระบบ ScamGuard


1. ภาพรวมของ MMSegmentation

MMSegmentation เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ OpenMMLab ที่รวบรวมอัลกอริทึมและสถาปัตยกรรมเครือข่ายประสาทเทียมชั้นนำสำหรับงานวิเคราะห์และแบ่งส่วนรูปภาพระดับพิกเซล (Pixel-level Semantic Segmentation) โครงสร้างของเฟรมเวิร์กถูกออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ (Modular Architecture) ช่วยให้นักวิจัยและวิศวกร AI สามารถสลับ ปรับเปลี่ยน หรือผสมผสานชิ้นส่วนของโมเดลได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเขียนโค้ดโครงสร้างใหม่ทั้งหมด


2. โครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์ (Modular Decomposition)

MMSegmentation แบ่งส่วนประกอบภายในของโมเดลออกเป็น 4 ชั้นหลัก:

แผนภาพ 16
แผนภาพจาก MMSegmentation Framework และสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์
ดู Mermaid source
flowchart TD
    Input["Input Image (B x 3 x H x W)"] --> Backbone["Backbone (Feature Extractor)"]
    Backbone --> Neck["Neck (Feature Aggregator - Optional)"]
    Neck --> DecodeHead["Decode Head (Segmentation Prediction)"]
    Backbone -.-> AuxHead["Auxiliary Head (Training Loss Only)"]
    DecodeHead --> Output["Prediction Mask / Heatmap (B x C x H x W)"]
100%
แผนภาพจาก MMSegmentation Framework และสถาปัตยกรรมแบบโมดูลาร์
  1. Backbone (ส่วนสกัดลักษณะเด่น): ทำหน้าที่รับภาพนำเข้าและสร้าง Feature Maps หลายระดับความละเอียด (Multi-scale Feature Maps) ในระบบ ScamGuard ใช้ Mix Vision Transformer (MiT-B0 ถึง MiT-B2)
  2. Neck (ส่วนเชื่อมประสานลักษณะเด่น): ทำหน้าที่รวมลักษณะเด่นจากหลายชั้นความลึกของ Backbone เข้าด้วยกัน เช่น Feature Pyramid Network (FPN) เพื่อรวบรวมทั้งรายละเอียดระดับต่ำ (Low-level Details) และความหมายเชิงลึก (High-level Semantics)
  3. Decode Head (ส่วนถอดรหัสและทำนายผล): ส่วนปลายที่รับ Feature Maps ที่รวมแล้วมาแปลงเป็นหน้ากากการทำนายความน่าจะเป็นของแต่ละพิกเซล (Class Probability Mask) เช่น SegformerHead ที่ใช้ All-MLP Decoder น้ำหนักเบา
  4. Auxiliary Head (ส่วนเสริมการเรียนรู้): ชั้นประมวลผลเสริมที่ใช้เฉพาะช่วงการฝึกสอน (Training Phase) เพื่อช่วยส่งผ่าน Gradient ลึกลงไปยังชั้นต้นๆ ของ Backbone ผ่าน Auxiliary Loss ลดปัญหา Vanishing Gradient

3. กลุ่มอัลกอริทึมและวิวัฒนาการใน MMSegmentation

กลุ่มอัลกอริทึม โมเดลตัวอย่าง จุดเด่น ข้อจำกัดสำหรับงานตรวจจับภาพตัดต่อ
CNN-based FCN, PSPNet, DeepLabV3+ ประมวลผลแบบ Local Receptive Field มีความคงทนต่อการเลื่อนตำแหน่ง (Translation Invariance) ขาดความสามารถในการจับความสัมพันธ์ระยะไกล (Long-range Context) ทำให้พลาดร่องรอยการผสมผสานแสงเงาที่ไม่สอดคล้องกันข้ามบริเวณ
Transformer-based SegFormer, Swin Transformer, MaskFormer ใช้กลไก Self-Attention เพื่อจับความสัมพันธ์ของบริบททั่วทั้งภาพพร้อมกันในทุกระดับความละเอียด ต้องการการจัดเตรียมข้อมูลและการคำนวณที่เหมาะสม ซึ่งแก้ไขได้ด้วย Overlapping Tiling Inference

4. การประยุกต์ใช้ในระบบ ScamGuard

ในระบบ ScamGuard ได้เลือกใช้ MMSegmentation ในการเทรนโมเดล SegFormer ดังนี้:

  • การแก้ปัญหา Class Imbalance: บริเวณที่ถูกตัดต่อ มักมีสัดส่วนพื้นที่น้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ภาพทั้งหมด ระบบจึงกำหนด Loss Function แบบผสมผสานระหว่าง Cross-Entropy Loss และ Dice Loss:
    ภาษา text
    L_total = α L_CE + β L_Dice
    
  • การส่งออกไปยัง ONNX Runtime: โมเดลที่เทรนเสร็จสมบูรณ์จาก MMSegmentation จะถูกส่งออกเป็นไฟล์ .onnx ผ่านสคริปต์ pytorch2onnx เพื่อนำไปโหลดใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง (Inference Engine) บน FastAPI Backend ทำให้สามารถทำนายผลได้รวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพา PyTorch Runtime ตัวเต็ม

5. ประเด็นสำคัญ

  • MMSegmentation ช่วยให้การทดลองเปรียบเทียบสถาปัตยกรรม (เช่น ResNet vs MiT) ทำได้บนมาตรฐานเดียวกัน
  • โครงสร้าง All-MLP Decoder ของ SegFormer บน MMSegmentation ให้ความเร็วในการทำนายระดับมิลลิวินาที
  • การฝึกสอนโมเดลรองรับการจำลองภาพตัดต่อ (Copy-Move, Splicing, Inpainting, AI-Gen artifacts) หลากหลายรูปแบบ

หน้าที่เกี่ยวข้อง